รวบหนุ่มกระชากสร้อยทองคารถจักรยานยนต์ สารภาพนำเงินไปซื้อปืนป้องกันตัว

รวบหนุ่มกระชากสร้อยทองคารถจักรยานยนต์ของเหยื่อ สารภาพนำเงินไปซื้อสุราดื่ม และซื้อปืนไว้ป้องกันตัว

ที่ห้องสืบสวน สถานีตำรวจภูธรเมืองมหาสารคาม ภายใต้การอำนวยการของ พ.ต.อ.อิทธิเดช สุนทร ผู้กำกับการสถานีตำรวจภูธรเมืองมหาสารคาม พ.ต.ท.ไกรทอง ชัยสิงห์ รอง ผกก สส.สภ.เมืองมหาสารคาม และเจ้าหน้าที่ชุดสืบสวน สภ.เมืองมหาสารคาม ร่วมกันจับกุมผู้ต้องหา คือ นายศฏากานต์ สุวรรณแก้ว อายุ 27 ปี ราษฏรตำบลยางน้อย อ.โกสุมพิสัย จ.มหาสารคาม ภายหลังจากก่อเหตุวิ่งราวทรัพย์นางสาวสุมาลี จันทจร ทรัพย์สินที่ได้ไปเป็นสร้อยคอทองคำ 1 บาท จี้ทองคำน้ำหนักประมาณ 2 สลึง และเหรียญ ร.5 มูลค่ารวมกว่า 50,000 บาท
พ.ต.ท.ไกรทอง ชัยสิงห์ รองผู้กำกับการสืบสวน สถานีตำรวจภูธรเมืองมหาสารคาม กล่าวว่า เหตุการณ์ดังกล่าวเกิดขึ้นเมื่อวันที่ 23 เมษายน ที่ผ่านมา ที่บริเวณหน้าร้านนวดแผนไทยแห่งหนึ่ง ถนนศรีสวัสดิ์ดำเนิน ต.ตลาด อ.เมือง จ.มหาสารคาม โดยผู้ต้องหาได้ก่อเหตุกระชากสร้อยคอทองคำน้ำหนัก 1 บาทของผู้เสียหายไป แต่สร้อยขาดครึ่ง อีกครึ่งติดอยู่ที่ผมของผู้เสียหาย นอกจากนั้นยังมีจี้ทองคำ น้ำหนักประมาณ 2 สลึง และเหรียญ ร.5 มูลค่ารวมประมาณ 64,300 บาท และได้ขับรถหลบหนีไปทางตลาดห้าแยก ก่อนที่ผู้เสียหายจะได้เข้าแจ้งความร้องทุกข์

เจ้าหน้าที่ชุดสืบสวนจึงได้ติดตามลงพื้นที่และตรวจเช็คกล้องวงจรปิดทางเส้นทางที่คาดว่าคนร้ายจะหลบหนี พบว่าคนร้ายหลบหนีไปทางอำเภอโกสุมพิสัย จึงได้ลงพื้นที่สืบสวนหาข่าวพบว่าคนร้ายไปเปิดห้องพักที่โรงแรมแห่งหนึ่ง ในตำบลแก้งแก อ.โกสุมพิสัย จากนั้นเจ้าหน้าที่ติดตามไป พบรถจักรยานยนต์ยี่ห้อฮอนด้า ซุปเปอร์คัพ สีแดง ไม่ติดแผ่นป้ายทะเบียนของคนร้ายที่ใช้ก่อเหตุจอดอยู่ ก่อนเคาะประตูห้อง พบผู้ต้องหาอยู่ในห้อง และรับสารภาพว่าได้ก่อเหตุจริง โดยได้ขายสร้อยคอทองคำไปแล้ว ได้เงินมา 5,600 บาท และได้นำเงินไปใช้จ่ายส่วนตัว ซื้อสุรามาดื่ม ส่วนจี้ทองคำและเหรียญ ร.5 ยังไม่ได้ขาย จึงนำมามอบให้กับเจ้าหน้าที่เพื่อคืนให้กับผู้เสียหายต่อไป


ทั้งนี้จากการตรวจสอบประวัติผู้ต้องหา ทราบว่าเคยก่อเหตุคดีวิ่งราวทรัพย์ในพื้นที่ จ.ยโสธร มาแล้วถึง 6 ครั้ง และเพิ่งพ้นโทษออกมาได้เพียง 3 เดือน และกลับมาก่อเหตุอีกครั้ง โดยเลือกเหยื่อที่เป็นผู้หญิง ที่ไม่มีกำลังต่อสู้ เมื่อได้ทรัพย์สินแล้วก็จะนำไปใช้จ่าย ซึ่งในการก่อเหตุครั้งนี้ผู้ต้องหาให้การว่าจะนำเงินไปซื้อปืน เพื่อไว้ใช้ป้องกันตัว เพราะมีเรื่องกับคนในหมู่บ้าน แต่ก็มาถูกเจ้าหน้าที่จับกุมได้เสียก่อน


จากนั้นเจ้าหน้าที่ได้แจ้งข้อหา วิ่งราวทรัพย์โดยใช้ยานพาหนะเพื่อสะดวกแก่การกระทำความผิดหรือการพาทรัพย์นั้นไปหรือเพื่อให้พ้นการจับกุม และรับของโจร ก่อนนำตัวผู้ต้องหาส่งพนักงานสอบสวน เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป