มะเขือเทศ

มะเขือเทศ ระบบออร์แกนิค ส่งขายคนรักสุขภาพราคาดีกว่าทั่วไป 4 เท่า

มะเขือเทศ พันธุ์รับประทานสด ปลูกในโรงเรือนระบบออร์แกนิค เน้นส่งขายกลุ่มลูกค้ารักสุขภาพ ราคาสูงกว่าพันะุ์ทั่วไปถึง 4 เท่า

                มะเขือเทศที่แปลงเกษตร ของอาจารย์ ธวัช ชินราศรี อาจารย์ประจำภาควิชาเทคโนโลยีการเกษตร คณะเทคโนโลยี มหาวิทยาลัยมหาสารคาม  ซึ่งตั้งอยู่ที่ ต.นาสีนวน  อ.กันทรวิชัย จ.มหาสารคาม ถือเป็นอีกหนึ่งความสำเร็จของการสร้างผลผลิตด้วยแนวทางเกษตรพอเพียง ไม่ใช้สารเคมีและปลอดภัยจากสารพิษแต่ได้ผลผลิตเป็นจำนวนมาก โดยเฉพาะสวนแห่งนี้เน้นปลูก”มะเขือเทศ”พันธุ์พิเศษที่นิยมรับประทานสด ๆ อาทิ พันธุ์ซันเชอรี่  ซันกรีน  ซันช็อคโกแลต เพราะราคาสูงกว่าการปลูกมะเขือเทศพันะุ์ทั่วไปถึง 4 เท่า มีลูกค้ากลุ่มคนรักสุขภาพมาสั่งจองไม่ขาดสาย เพราะติดใจในรสชาติ มั่นใจในความสดและความปลอดภัย 

                อาจารย์ ธวัช ชินราศรี เปิดเผยว่า  ตนเองมีพื้นที่ 8ไร่ ที่ใช้สำหรับปลูกพืชผักทั้งรับประทานเองและทดลองปลูกเป็นตัวอย่างสำหรับการเรียนการสอนในวิชาเทคโนโลยีการเกษตร เริ่มแรกขุดบ่อน้ำ เลี้ยง ไก่ เลี้ยงเป็ด โดยใช้ทฤษฏีเศรษฐกิจพอเพียง ตามรอยพ่อหลวง ร.9 มาปรับใช้  ต่อมาจึงทำโรงเรือนปลูกเมล่อนและแตงโมปลอดสารพิษ  แต่เมื่อเก็บผลผลิตหมดแล้วไม่สามารถปลูกเมล่อนติดต่อกันได้  เพราะเมล่อนต้องการสารอาหารสูงมากควรสลับปลูกพืชชนิดอื่นเพื่อพักดิน จึงเลือกที่จะปลูกมะเขือเทศชนิดกินสดที่มีลักษณ์เด่นคือ ปลูกง่าย ไม่ต้องบำรุงอาหารพืชมาก และไม่ดูดแร่ธาตุดินสูง  โดยมะเขือเทศที่นำมาปลูกเป็นพันธุ์มาจากต่างประเทศ ที่เพื่อนนำมาให้  เป็นมะเขือเทศตระกูลซัน  เช่น  ซันเชอรี่  ซันกรีน  ซันช็อคโกแลต  ซันแบล็ค  ซันเรด  รวมถึงมะเขือเทศพันธุ์โรซ่า  โดยจะนำต้นพันธุ์มาปลูกลงในหลุมขนาด 50 50 เซนติเมตร  ซึ่งเป็นหลุมเดิมของเมล่อน 

                สำหรับรสชาติของมะเขือเทศชนิดรับประทานสด จะเนื้อกรอบและรสชาติหวาน  โดยความหวานอยู่ที่ 10-12 บริกซ์ บางลูกเมื่อรับประทานแล้วจะรู้สึกได้ว่าไม่ติดกลิ่นมะเขือเทศ แถมให้รสใกล้เคียงองุ่น    ซึ่งราคาขายอยู่ที่กิโลกรัมละ 100 บาท ซึ่งราคาจะสูงกว่าการปลูกมะเขือเทศพันธุ์พื้นบ้านทั่วไปกว่า  4 เท่า โรงเรือนนี้ปลูกมะเขือเทศทั้งหมด 160 ต้น  เฉลี่ยต่อต้นให้ผลผลิตประมาณ 5 กิโลกรัม  เก็บผลผลิตได้ราว 5-6 เดือน  แต่หากดูแลดี ๆ อาจเก็บผลผลิตได้ถึง 8 เดือน

                ส่วนตลาดจะเน้นขายออนไลน์และเพื่อน ๆ ที่ทำงาน  โดยกลุ่มลูกค้าจะเป็นกลุ่มคนรักสุขภาพ  บางคนติดใจในรสชาติถึงขนาดรับประทานแทนข้าว รับประทานเหมือนผลไม้  โดยแต่ละวันสามารถเก็บจำหน่ายได้วันละ 10-20 กิโลกรัมซึ่งก็ไม่เพียงพอ  ซึ่งลูกค้าจะโทรสั่งไว้ล่วงหน้า แบบนานก็รอ  ลูกค้าบางคนเคยรอนานสุดถึง 4 เดือนกว่าจะได้รับประทาน  โดยผลผลิตของที่นี่จะไม่ใช้สารเคมี  และได้มาตรฐาน GAP ซึ่งออกให้โดยกรมวิชาการเกษตร

                อาจารย์ ธวัช  ชินราศรี อยากฝากบอกเกษตรกรรุ่นใหม่ว่า  ในการผลิตผลผลิตทางการเกษตร  ควรใช้การผลิตนำการตลาด  เราก็จะสามารถกำหนดราคาได้ด้วยตัวของเราเอง  ตลาดแบบนี้  เป็นตลาดแบบเป็นมิตร  ดีกว่าไปแข็งขันกันในระบบ  เช่น  ช่วงนี้ผลผลิตราคาดี  ก็แห่กันปลูก  พอผลผลิตออกสู่ตลาด  จนเกินความต้องการ  ราคาก็ตก  ควรเลือกมองตลาดที่เราสามารถกำหนดได้  จะได้มีความสุข  เป็นนายของตัวเอง 

 

อ่านข่าว”เกษตรทำเงิน” เพิ่มเติม

♦ รวมข่าวเกษตรทำกิน ช่องทางทำเงิน

♦ อาจารย์ ม.มหาสารคาม ใช้เวลาว่างปลูก”เมล่อน”เน้นปลอดสาร สดหวาน มาตรฐาน GAP