พระกันทรวิชัย-สิ่งศักดิ์สิทธิ์-มหาสารคาม

พระพุทธกันทรวิชัยอภิสมัยธรรมนายก พระศักดิ์สิทธิ์คู่เมืองมหาสารคาม

ย้อนเรื่องราวพระพุทธกันทรวิชัยอภิสมัยธรรมนายก พระพุทธรูปศักดิ์สิทธิ์ที่ในหลวงรัชกาลที่ 9 พระราชทานให้ชาวมหาสารคาม

พระพักตร์อิ่มเอิบบริสุทธิ์แสดงถึงความหลุดพ้น ประทับนั่งบนดอกบัวหงายอันหมายถึงปรัชญาอันเป็นญาณนำไปสู่นิพพาน ส่วนเรือนแก้วด้านหลังองค์พระแสดงถึงรูปคลื่นกิเลสตัณหาและไฟราคะ อันเป็นวัฏฏะของการเวียนว่ายตายเกิด นี่คือพุทธลักษณะอันโดดเด่น ขององค์พระพุทธกันทรวิชัยอภิสมัยธรรมนายก พระพุทธรูปสิ่งศักดิ์และเป็นที่ยึดเหนี่ยวจิตใจของชาวจังหวัดมหาสารคาม ซึ่งได้แนวคิดการสร้างพระเกิดขึ้น จากการริเริ่มของศูนย์ศิลปะและวัฒนธรรมอีสาน (ปัจจุบันคือสถานบันวิจัยศิลปะและวัฒนธรรมอีสาน) มหาวิทยาลัยศรีนครินทร์วิโรฒมหาสารคาม โดยมีอาจารย์อาคม วรจินดา เป็นประธานศูนย์ฯและผู้ช่วยศาสตราจารย์บุญเลิศ สุดสุชาติ เป็นกรรมการและเลขานุการ พร้อมด้วยคณาจารย์จากภาควิชาต่างๆ ซึ่งได้มีความเห็นว่าควรมีพระพุทธรูปที่เป็นเอกลักษณ์ประจำภาคอีสานและจัดสร้างขึ้นเพื่อร่วมเฉลิมฉลองเนื่องในโอกาสที่กรุงรัตนโกสินทร์มีอายุครบ 200 ปี

พระกันทรวิชัย-สิ่งศักดิ์สิทธิ์-มหาสารคาม

ดังนั้นจึงได้มีการศึกษาค้นคว้ารูปแบบจากพระพิมพ์ดินเผาซึ่งปรากฏพบอยู่ในภาคอีสานหลายแห่ง ท้ายสุดได้มีความเห็นร่วมกันว่าควรใช้พระพิมพ์ดินเผาที่ขุดพบที่อำเภอกันทรวิชัย จังหวัดมหาสารคาม เป็นแม่แบบ เนื่องจากมีพุทธลักษณะงดงามและมีความหมายทางพุทธธรรมลึกซึ่ง อนึ่งพระพิมพ์ดินเผากันทรวิชัยนี้เป็นพิมพ์ขัดสมาธิเพชร ประทับนั่งบนฐานดอกบัวแบบพุทธนิกายมหายาน สันนิษฐานว่าเป็นศิลปะแบบทวารวดีที่ได้รับแบบมาจากศิลปะสมัยปาลวะหรือคุปตะจากอินเดียในราวปลายพุทธศตวรรษที่ 13 โดยถูกขุดพบครั้งแรกในปี พ.ศ. 2514 ที่บ้านโนนเมือง ตำบลคันธาราษฏร์ อำเภอกันทรวิชัย จังหวัดมหาสารคาม

พระกันทรวิชัย-สิ่งศักดิ์สิทธิ์-มหาสารคาม

เมื่อวันที่ 20 เมษายน 2524 พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช พร้อมด้วยสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี และสมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าจุฬาภรณวลัยลักษณ์ อัครราชกุมารี ทรงเสด็จพระราชดำเนิน จ.มหาสารคาม เพื่อเยี่ยมเยียนพสกนิกรและทรงเป็นประธานประกอบพิธีเททองหล่อพระพุทธกันทรวิชัย ซึ่งมีพุทธลักษณะเป็นพระพุทธรูปปางสมาธิเพชร วัสดุโลหะสำริด ขนาดหน้าตักกว้าง 35 นิ้ว สูง 82 นิ้ว  มีสมเด็จพระอริยวงศาคตญาณ สมเด็จพระสังฆราช สกลมหาสังฆปริณายก (วาสนมหาเถระ) เป็นประธานฝ่ายสงฆ์  ทรงพระมหากรุณาโปรดเกล้าฯ พระราชทานนามว่า “พระพุทธกันทรวิชัยอภิสมัยธรรมนายก” พระราชทานพระบรมราชานุญาตให้อัญเชิญ พระปรมาภิไธยย่อ ภปร ไว้ ณ ผ้าทิพย์ด้านหน้าฐานพระพุทธรูป จากนั้นในวันที่ 17 พฤศจิกายน 2524 สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี เสด็จฯ ทรงประกอบพิธีพุทธาภิเษกและบรรจุพระบรมสารีริกธาตุ ณ หอประชุม มศว.มหาสารคาม ซึ่งปัจจุบันได้เปลี่ยนชื่อเป็น มหาวิทยาลัยมหาสารคาม

พระกันทรวิชัย-สิ่งศักดิ์สิทธิ์-มหาสารคาม

พระกันทรวิชัย-สิ่งศักดิ์สิทธิ์-มหาสารคาม

นอกจากนี้ในโอกาสเดียวกันจังหวัดมหาสารคามได้จำลองพระพุทธกันทรวิชัย ทูลเกล้าฯ ถวายพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เพื่อพระราชทานแก่จังหวัด และหน่วยราชการต่างๆ ในภาคอีสานอย่างทั่วถึง รวมทั้งสร้างองค์พระกันทรวิชัยจำลอง อัญเชิญประดิษฐานในมณฑล หน้าศาลากลางจังหวัดมหาสารคามหลังเก่า ซึ่งปัจจุบันนี้เป็นที่ตั้งของอาคารอุทยานการเรียนรู้จังหวัดมหาสารคามในปัจจุบันด้วย

ปัจจุบันพระพุทธกันทรวิชัยอภิสมัยธรรมนายก ได้ประดิษฐานอยู่ที่หอพระ ข้างสถาบันวิจัยศิลปะและวัฒนธรรมอีสาน มหาวิทยาลัยมหาสารคาม (เขตพื้นที่ในเมือง) ซึ่งในช่วงเดือนเมษายนของทุกปี ผู้บริหาร บุคลากร นิสิต และนักเรียน มหาวิทยาลัยมหาสารคาม จะจัดพิธีสรงน้ำพระพุทธกันทรวิชัยอภิสมัยธรรมนายก ซึ่งเป็นกิจกรรมมงคลสำคัญอันยิ่งใหญ่ มีการตั้งขบวนแห่น้ำ แห่ดอกไม้  สรงน้ำปิดทองพระพุทธกันทรวิชัยฯ เพื่อความเป็นสิริมงคล

พระกันทรวิชัย-สิ่งศักดิ์สิทธิ์-มหาสารคาม พระกันทรวิชัย-สิ่งศักดิ์สิทธิ์-มหาสารคาม พระกันทรวิชัย-สิ่งศักดิ์สิทธิ์-มหาสารคาม