ตำนาน-สงกรานต์-นางสงกรานต์

เปิดตำนานสงกรานต์ และกำเนิดนางสงกรานต์ทั้ง ๗

เปิดตำนานสงกรานต์ และกำเนิดนางสงกรานต์ทั้ง 7เปิดตำนานสงกรานต์ และกำเนิดนางสงกรานต์ทั้ง ๗ เรื่องเล่าธรรมบาลกุมารไขปัญหาท้าวกบิลพรหม

 

ความเป็นมาของประเพณีสงกรานต์ ในประเทศไทยมีเรื่องเล่าเป็นตำนานเป็นที่รับรู้กันอย่างแพร่หลายคือเรื่องของธรรมบาลกุมารและกบิลพรหม สำนวนลายลักษณ์ชื่อ “เรื่องมหาสงกรานต์” จารึกบนแผ่นศิลาประจำรูปเขียนที่วัดพระเชตุพนวิมลมังคลาราม  ตำนานเรื่องนี้จารึกบนแผ่นศิลาจำนวน ๗ แผ่น ตอนต้นมีคำอธิบายว่า ตำนานเรื่องนี้มีอยู่ในคัมภีร์ภาษาบาลีของฝ่ายรามัญ ตำนานมหาสงกรานต์ มีเนื้อเรื่องดังนี้

เมื่อต้นภัทรกัลป์เศรษฐีคนหนึ่งไม่มีบุตร ตั้งบ้านอยู่ใกล้กับนักเลงสุรานักเลงสุรานั้นมีบุตร ๒ คน มีผิวเนื้อดุจทอง วันหนึ่งนักเลงสุราได้เข้าไปสู่บ้านเศรษฐีกล่าวคำหยาบช้าแก่เศรษฐีต่างๆ เศรษฐีได้ฟังก็กล่าวว่าเรามีสมบัติเป็นอันมาก ไฉนท่านจึงหมิ่นเรา นักเลงสุราตอบว่า ท่านมีสมบัติมากก็จริง แต่หามีบุตรไม่ ถ้าท่านถึงแก่ความตายแล้วสมบัติก็จะเสื่อมสูญเปล่า เรามีบุตรชาย ๒ คน มีผิวดุจทอง เห็นว่าประเสริฐกว่าท่าน เศรษฐีได้ฟังมีความละอาย จึงบวงสรวงต่อพระจันทร์และพระอาทิตย์และอธิษฐานขอบุตร เวลาผ่านไปถึง ๓ ปีก็ไม่มีบุตร

อยู่มาวันหนึ่งในเดือนห้า เป็นช่วงเวลาที่พระอาทิตย์เคลื่อนจากราศีมีนเข้าสู่ราศีเมษ ถือว่าเป็นวันมหาสงกรานต์ คนทั้งหลายมีงานฉลองการตั้งต้นปีใหม่ทั่วชมพูทวีป เศรษฐีได้พาบริวารไปยังต้นไทรริมฝั่งน้ำซึ่งมีนกจำนวนมากอาศัยอยู่ ได้เอาข้าวสารล้างน้ำ ๗ ครั้งแล้วหุงบูชารุกขเทวดาประจำต้นไทร พร้อมด้วยอาหารหลายอย่าง มีการประโคมดุริยางคดนตรีแล้วตั้งจิตอธิษฐานขอบุตรจากรุกขเทวดาประจำต้นไทร รุกขเทวดามีความกรุณาเหาะไปขอบุตรจากพระอินทร์ให้แก่เศรษฐี พระอินทร์จึงให้ธรรมบาลเทวบุตรลงมาปฏิสนธิในครรภ์ภรรยาเศรษฐีเมื่อคลอดจากครรภ์ บิดามารดาตั้งชื่อว่าธรรมบาลกุมาร และปลูกปราสาท ๗ ชั้นให้อยู่ที่ ใต้ต้นไทรริมฝั่งน้ำนั้น ทำให้กุมารรู้ภาษานก เมื่อเติบโตขึ้นอายุ ๗ ขวบเรียน ไตรเพทจบ ก็ได้เป็นอาจารย์บอกมงคลการต่างๆ แก่มนุษย์ทั้งหลายในชมพูทวีป

ต่อมาพรหมองค์หนึ่งชื่อว่ากบิลพรหมได้ลงมาถามปัญหา ๓ ข้อแก่ ธรรมบาลกุมาร และพูดกับธรรมบาลกุมารว่า ถ้าท่านแก้ได้เราจะตัดศีรษะเราบูชา ท่าน ถ้าท่านแก้ไม่ได้เราจะตัดศีรษะท่านเสีย ธรรมบาลกุมารขอผัด ๗ วัน กบิลพรหมกลับไปยังพรหมโลก ฝ่ายธรรมบาลกุมารพิจารณาปัญหานั้นเวลาผ่าน ไปได้ ๖ วันแล้วยังไม่ทราบคำตอบ คิดว่าวันรุ่งขึ้นจะตายด้วยอาชญาท้าวกบิลพรหม นั้น คิดจะหนีไปซ่อนตัว จึงลงจากปราสาทไปนอนอยู่ใต้ต้นตาลสองต้น ขณะนั้น มีนกอินทรีย์สองตัวผัวเมียทำรังอยู่บนต้นตาลนั้น ธรรมบาลกุมารได้ยินนกอินทรีย์ เมียถามนกอินทรีย์ผัวว่า พรุ่งนี้เราจะไปหาอาหารที่ไหนกัน นกอินทรีผัวตอบว่า พรุ่งนี้ครบ ๗ วันที่ท้าวกบิลพรหมถามปัญหาธรรมบาลกุมาร ถ้าธรรมบาลกุมารแก้ไม่ได้ ท้าวกบิลพรหมก็จะตัดศีรษะเสีย เราจะได้กินมนุษย์เป็นอาหาร นางนกอินทรีเมียถามว่า เจ้ารู้จักปัญหานั้นหรือไม่ นกอินทรีย์ผัวตอบว่ารู้แล้ว ก็เล่าให้นกอินทรีเมียฟังแต่ต้นจนจบ ธรรมบาลกุมารนอนอยู่ใต้ต้นไม้ได้ยินก็จำได้ มีความโสมนัสเป็นอันมากจึงกลับมาสู่ เรือนของตน ครั้นครบ ๗ วัน ท้าวกบิลพรหมลงมาถามปัญหา ธรรมบาลกุมารตอบปัญหาตามนกอินทรีย์กล่าวนั้น

ท้าวกบิลพรหมจำเป็นจะต้องตัดศีรษะของตน จึงเรียกธิดา ๗ นาง ซึ่งเป็นบริจาริกา ของพระอินทร์ให้มาพร้อมกันแล้วก็บอกว่า เศียรของตนซึ่งจะตัดออกบูชาธรรมบาลกุมารนั้น ถ้าตั้งไว้บนแผ่นดินก็จะเกิดไฟไหม้ทั่วโลกธาตุ ถ้าทิ้งขึ้นไปบน อากาศฝนก็จะแล้ง ถ้าจะทิ้งในมหาสมุทรน้ำก็จะแห้ง ให้ธิดาทั้ง ๗ เอาพานมารับ เศียรของตน แล้วท้าวกบิลพรหมก็ตัดเศียรส่งให้นางทุงษะบุตรคนโต ในขณะนั้น โลกธาตุก็เกิดโกลาหลยิ่งนัก เมื่อนางทุงษมหาสงกรานต์เอาพานรับเศียรท้าวกบิล พรหมผู้เป็นบิดาแล้วให้เทพทั้งหลายแห่ประทักษิณเวียนรอบเขาพระสุเมรุราช ๖๐ นาที แล้วก็เชิญเข้าประดิษฐานในมณฑป ณ ถ้ำคันทชุลีเขาไกรลาศ กระทำบูชาด้วย เครื่องทิพย์ต่าง ๆ พระเวศุกรรมได้นฤมิตโรงประดับด้วยแก้ว ๗ ประการ ชื่อภัควดี ให้เทพยดาและนางฟ้านั่ง ฝ่ายเทพยดาก็นำเถาฉนุมุนาศมาล้างน้ำในอโนดาตสระ ๗ ครั้ง แล้วแจกกันสังเวยทุก ๆ องค์

 

ครั้นถึงกำหนดครบ ๓๖๕ วัน มนุษย์สมมติ ว่าเป็นปีหนึ่ง เป็นวันสงกรานต์ นางเทพธิดาทั้ง ๗ องค์ อันประกอบด้วย 1. นางทุงษเทวี  2. นางโคราดเทวี  3. นางรากษสเทวี  4. นางมณฑาเทวี  5. นางกิริณีเทวี  6. นางกิมิทาเทวี  7. นางมโหทรเทวี ก็ทรงเทพพาหนะต่างๆ ผลัดเวรกันมาเชิญเศียรท้าวกบิลพรหมออกแห่พร้อมด้วยเทวดาจำนวนแสนโกฏิ ประทักษิณรอบเขาพระสุเมรุแล้วก็กลับไปเทวโลก  เป็นเช่นนี้ทุกปี ในสำนวนที่เป็นเรื่องเล่าบางสำนวนเล่าว่า มีการใช้น้ำชำระล้างศรีษะ ท้าวกบิลพรหมทุกครั้งก่อนจะนำไปประดิษฐานไว้ในถ้ำ

 

และนี้คือตำนานวันสงกรานต์ ที่เล่าขานสืบทอดกันมาแต่ครั้งอดีตกาล ผ่านจารึกบนแผ่นศิลาประจำรูปเขียน ที่วัดพระเชตุพนวิมลมังคลาราม ซึ่งควรค่าแก่การศึกษายิ่งนัก

ตำนาน-สงกรานต์-นางสงกรานต์
ภาพวาด “นางสงกรานต์” โดย อ.สมภพ บุตราช

ขอบคุณข้อมูลและภาพจาก กระทรวงวัฒนธรรม

ขอบคุณภาพวาด “นางสงกรานต์” โดย อ.สมภพ บุตราช