เผาฟาง-ไฟคลอก-เสียชีวิต

ยายจุดไฟเผาฟาง เจอลมพัดลามทุ่งคลอก ดับอนาถคาที่นาตัวเอง

ยายจุดไฟเผาฟาง โชคร้ายเจอลมพัดลามทุ่งคลอกดับคาที่นาตัวเอง ชาวบ้านไปช่วยกันดับ ถึงกับผงะพบร่างไหม้ใกล้คันนา

วันที่ 21 ก.พ.พ.ต.ท.ประวีณ์ ปุริสา พนักงานสอบสวน สภ.วาปีปทุม จ.มหาสารคาม รับแจ้งมีเหตุคนถูกไฟคลอกตายที่บริเวณทุ่งนาบ้านเครือวัลย์ หมู่ 18 ต.เสือโก้ก อ.วาปีปทุม จึงรุดไปที่เกิดเหตุพร้อมแพทย์เวรโรงพยาบาลวาปีปทุม บริเวณทุ่งนาห่างจากหมู่บ้านไปทางทิศตะวันตกประมาณ 1 ก.ม.

เมื่อไปถึงที่เกิดเหตุพบว่าฟางในนาถูกเผาเป็นเถ้าสีดำเป็นบริเวณกว้างกว่าครึ่งไร่ นอกจากนั้นยังพบศพ นางบุ่น สาหลาด อายุ 86 ปี บ้านเลขที่ 108 ม.18 บ้านเครื่อวัลย์ ต.เสือโคก อ.วาปีปทุม จ.มหาสารคาม สภาพศพนอนคว่ำอยู่ใต้รั่วลวดหนามบนคันนาสวมเสื้อลายลูกไม้คอกระเช้าสีครีม สวมผ้าถุงสีน้ำเงินเข้ม ที่บริเวณลำตัวมีแผลพุพองทั่วลำตัวแขนและขางอผิดรูป

ไฟคลอก-เผาฟาง-เสียชีวิต

นายวีรกิจ แก้วไตรรัตน์ ผู้ช่วยผู้ใหญ่บ้าน ม.18 อายุ52 ผู้เห็นเหตุการณ์ เล่าว่า ขณะตนกำลังทำธุระอยู่ที่บ้าน มีชาวบ้านมาเรียกให้ไปช่วยดับไฟที่กำลังลุกไหม้ลามทุ่งนา ซึ่งคาดว่าจะมีคน เผาฟาง  ขยายเป็นวงกว้างพื้นที่ไม่ต่ำกว่า 3 ไร่ และกำลังลามออกไปยังบริเวณข้างเคียง เนื่องจากมีลมพัดช่วยให้เปลวไฟขยายวงไปรวดเร็ว ตนจึงได้แจ้งผู้ใหญ่บ้านให้ประกาศผ่านหอกระจายข่าวหมู่บ้าน ระดมกำลังชาวบ้านออกไปช่วยกันดับไฟ โดยใช้เวลาประมาณ เกือบ 20 นาที จึงดับไฟไว้ได้ เมื่อไฟได้ดับแล้วจึงได้เดินไปสำรวจในแปลงน่าก็พบร่างยายบุ่น ผู้เสียชีวิต นอนอยู่บริเวณคันนาสภาพถูกไฟคลอกในที่เกิดเหตุ

พ.ต.ท. ประวีณ์ ปุริสา ร้อยเวรสภ. วาปีปทุม อ.วาประทุม จ.มหาสารคาม .เปิดเผยว่า จากการสืบสวนที่เกิดเหคุและพยานแวดล้อมคาดว่า ผู้เสียชีวิตได้มาจุดไฟ เผาฝาง ในพื้นที่นาตนเอง แต่เนื่องจากกระแสลมแรง จึงทำให้ไฟเกิดผันผวนลุกลาม จนหนีออกมาไม่ทันและถูกไฟคลอกจนเสียชีวิตในที่สุด ทางญาติไม่ติดใจสงสัยในการตายจึงมอบศพให้ไปทำบุญตามประเพณีต่อไป

ไฟคลอก-เผาฟาง-เสียชีวิต

 

ข่าว “ไฟไหม้” จังหวัดมหาสารคาม

♦ไฟไหม้บ้านปลูกชิดติดกัน 5 หลังรวด ระดมรถดับเพลิงกว่า 20 คันเข้าระงับเหตุ 
♦ห้ามเผา อ้อย ตอซังข้าว ผู้ว่าฯสั่งคุมเข้ม พบฝ่าฝืนเจอโทษหนัก